วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

จำนวนเชิงซ้อน

             แกน  x   เรียกว่า  แกนจริง  (real  axis)     
             แกน y    เรียกว่า  แกนจินตภาพ (imaginary  axis)    
             ระนาบ xy   เรียกว่า  ระนาบเชิงซ้อน  (complex  plane)
       ดังนั้น  รูปแบบของจำนวนเชิงซ้อน z = a +bi  อาจจะเขียนอีกรูปคือ (a,b)  ก็ได้
 บทนิยาม 1.2 จำนวนเชิงซ้อน 2 จำนวน z1=a+bi และ z2=c+di จะเท่ากันก็ต่อเมื่อ a=c และ b=d
การดำเนินการของจำนวนเชิงซ้อน
ให้ z1 = a+bi และz2=c+di
นิยาม 1.3 การบวก
z1+z2 = (a+bi)+(c+di) = (a+c)+(b+d)i
นิยาม 1.4 การลบ
Z1-z2 =  (a+bi)-(c+di) = (a-c)+(b-d)i
นิยาม 1.5 การคูณ
z1z2 = (a+bi)(c+di) = (ac-bd)+(bc-ad)i
1.3  จำนวนเชิงซ้อนในรูปเชิงขั้ว (Pliar From of Complex Numbers)   
            จากบทนิยามการคูณและการหารากที่สองของจำนวนเชิงซ้อน จะเห็นว่า การคูณจำนวนเชิงซ้อนหลายๆ จำนวน หรือยกกำลัง n หรือรากที่ n ของจำนวนเชิงซ้อนมีความยุงยากซับซ้อน   เราจึงหาวิธีการอื่นๆ มาช่วยให้แก้ปัญหานี้ได้ง่ายขึ้น
           ถ้า     เป็นจำนวนเชิงซ้อน   จะสามารถเขียนแทน z ด้วย เวกเตอร์ระนาบได้ดังนี้


           ดังนั้นจึงอาจเขียนจำนวนเชิงซ้อน z ได้ในรูปใหม่เป็น
                       เรียกรูปแบบการเขียนจำนวนเชิงซ้อนที่เขียนในรูป    ว่าเป็นรูปเชิงขั้ว (polar from) ของ z และเรียก   ว่า อาร์กิวเมนต์ (argument) ของ z สังเกตว่าเมื่อ n เป็นจำนวนเต็มใดๆ

           ดังนั้น     แสดงว่าถ้า     เป็นอาร์กิวเมนต์ของจำนวนเชิงซ้อน z แล้ว    เป็นอาร์กิวเมนต์ของ z ด้วย สำหรับทุกจำนวนเต็ม n 
           นอกจากนั้น   ถ้า       และ    เป็นจำนวนเชิงซ้อน   จะได้ว่า   z1 = z2  ก็ต่อเมื่อ r1 = r2 และ     เมื่อ n เป็นจำนวนเต็ม
      1.4  รากที่สองของจำนวนเชิงซ้อน (square Roots  of  Compkex  Numbers)  
           ในหัวข้อนี้   จะแสดงการหารากที่สองของจำนวนเชิงซ้อนใด ๆ และหาคำตอบของสมการกำลังสองที่มีสัมประสิทธิ์เป็นจำนวนจริง
           ให้ z เป็นจำนวนเชิงซ้อนใดๆ รากที่สองของ z คือ จำนวนเชิงซ้อน w ซึ่ง   w=  z   สังเกตว่า   ถ้า w เป็นรากที่สองของ z แล้ว  - w จะเป็นรากที่สองของ zด้วย และรากที่สองของจำนวนเชิงซ้อนที่ไม่ใช่ศูนย์จะมีเพียงสองจำนวนเท่านั้น
           ต่อไปนี้จะแสดงวิธีหาสูตรเพื่อใช้ในการหารากที่สองของจำนวนเชิงซ้อนใดๆ  
           ให้   z = x+ yi เป็นจำนวนเชิงซ้อนซึ่ง x และ y เป็นจำนวนที่ไม่ใช่ศูนย์ พร้อมกัน และให้ w = a + bi เป็นรากที่สองของ  z
           ดังนั้น   z = x + yi = w2 = (a + bi)2 = (a2 – b2) + 2abi  
           จึงทำให้ได้  a2 – b2 = x           ..........(1)
           และ             2ab = y                  ……...(2)
  แต่รากที่สองของ z มีเพียงสองจำนวนเท่านั้น   เราจึงต้องเลือกเครื่องหมายของ a และ b ให้ถูกต้องโดยสังเกตจากสมการ (2) ซึ่งแสดงว่า 2ab = y นั่นคือ เครื่องหมายของผลคูณ ab ต้องเหมือนกับเครื่องหมายของ y เราเลือก a และ b ดังนี้

ในกรณีที่จำนวนเชิงซ้อนเป็นจำนวนจริงลบ   การหารากที่สองสามารถทำได้โดยง่ายดังนี้

                              ให้   z =  - a เมื่อ a เป็นจำนวนจริงบวก จะได้ว่ารากที่สองของ z คือ    และ 
                             เช่น   รากที่สองของ  - 9   คือ 3และ  - 3i
                                      รากที่สองของ  - 5   คือ     และ 


ตัวอย่าง






แบบฝึกหัด

แบบฝึกหัด


               กำหนดให้z1=3+2i และ z2=5-4i
                       1. จงหา  z1z2  = (3+2i)(5-4i)
                  = (3)(5)+(3)(-4i)+(2i)(5)+(2)(-4i)
                  = 15-12i + 10i - 8i2
                  = 15-2i+8, (i2= -1)
                   = 23-2i

              กำหนดให้z1=3+2i และ z2=5-4i
                2.  จงหา   z1-z2 = (3+2i)-(5-4i)
                              = (3-5)+(2+4)i

                              = -2+6i




วันอังคารที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เอกสารอ้างอิง

   จักรินทร์ วรรณโพธิ์กลาง. (2548). คัมภีร์คณิตศาสตร์ ม.5 ภาคเรียนที่ 2 ฉบับปราบมาร.       กรุงเทพมหานคร. พ.ศ.พัฒนา
   สุรศักดิ์  วัฒเนสก์ และคณะ entrance ตุลาคม 43.เชียงใหม่ : ประชากรธุระกิจ, 2534 . 256 หน้า
   http://mathworld.wolfarm.com