แกน x เรียกว่า แกนจริง (real axis)
แกน y เรียกว่า แกนจินตภาพ (imaginary axis)
ระนาบ xy เรียกว่า ระนาบเชิงซ้อน (complex plane)
ดังนั้น รูปแบบของจำนวนเชิงซ้อน
z = a +bi อาจจะเขียนอีกรูปคือ
(a,b) ก็ได้
บทนิยาม
1.2 จำนวนเชิงซ้อน 2 จำนวน z1=a+bi และ z2=c+di จะเท่ากันก็ต่อเมื่อ a=c และ b=d
การดำเนินการของจำนวนเชิงซ้อน
ให้ z1
= a+bi และz2=c+di
นิยาม 1.3 การบวก
z1+z2 = (a+bi)+(c+di) = (a+c)+(b+d)i
นิยาม 1.4 การลบ
Z1-z2 = (a+bi)-(c+di) = (a-c)+(b-d)i
นิยาม 1.5 การคูณ
z1z2 = (a+bi)(c+di) = (ac-bd)+(bc-ad)i
1.3 จำนวนเชิงซ้อนในรูปเชิงขั้ว (Pliar From of Complex Numbers)
จากบทนิยามการคูณและการหารากที่สองของจำนวนเชิงซ้อน จะเห็นว่า
การคูณจำนวนเชิงซ้อนหลายๆ จำนวน หรือยกกำลัง n หรือรากที่ n ของจำนวนเชิงซ้อนมีความยุงยากซับซ้อน เราจึงหาวิธีการอื่นๆ
มาช่วยให้แก้ปัญหานี้ได้ง่ายขึ้น
ถ้า
เป็นจำนวนเชิงซ้อน จะสามารถเขียนแทน z ด้วย
เวกเตอร์ระนาบได้ดังนี้
ดังนั้นจึงอาจเขียนจำนวนเชิงซ้อน z ได้ในรูปใหม่เป็น
ดังนั้น
แสดงว่าถ้า
เป็นอาร์กิวเมนต์ของจำนวนเชิงซ้อน z แล้ว
เป็นอาร์กิวเมนต์ของ z ด้วย สำหรับทุกจำนวนเต็ม n
นอกจากนั้น ถ้า
และ
เป็นจำนวนเชิงซ้อน จะได้ว่า z1 = z2
ก็ต่อเมื่อ r1 = r2 และ
เมื่อ n เป็นจำนวนเต็ม
1.4 รากที่สองของจำนวนเชิงซ้อน
(square Roots of Compkex Numbers)
ในหัวข้อนี้ จะแสดงการหารากที่สองของจำนวนเชิงซ้อนใด
ๆ และหาคำตอบของสมการกำลังสองที่มีสัมประสิทธิ์เป็นจำนวนจริง
ให้ z เป็นจำนวนเชิงซ้อนใดๆ
รากที่สองของ z คือ จำนวนเชิงซ้อน w ซึ่ง w2 = z สังเกตว่า ถ้า w เป็นรากที่สองของ z แล้ว -
w จะเป็นรากที่สองของ zด้วย และรากที่สองของจำนวนเชิงซ้อนที่ไม่ใช่ศูนย์จะมีเพียงสองจำนวนเท่านั้น
ต่อไปนี้จะแสดงวิธีหาสูตรเพื่อใช้ในการหารากที่สองของจำนวนเชิงซ้อนใดๆ
ให้ z = x+ yi เป็นจำนวนเชิงซ้อนซึ่ง x และ y เป็นจำนวนที่ไม่ใช่ศูนย์ พร้อมกัน
และให้ w = a + bi เป็นรากที่สองของ z
ดังนั้น z = x + yi = w2 =
(a + bi)2 = (a2 – b2) + 2abi
จึงทำให้ได้ a2 – b2 =
x ..........(1)
และ 2ab
=
y
……...(2)
แต่รากที่สองของ z มีเพียงสองจำนวนเท่านั้น เราจึงต้องเลือกเครื่องหมายของ a และ b ให้ถูกต้องโดยสังเกตจากสมการ (2)
ซึ่งแสดงว่า 2ab = y นั่นคือ เครื่องหมายของผลคูณ ab ต้องเหมือนกับเครื่องหมายของ y เราเลือก a และ b ดังนี้
ในกรณีที่จำนวนเชิงซ้อนเป็นจำนวนจริงลบ การหารากที่สองสามารถทำได้โดยง่ายดังนี้
ให้ z = - a เมื่อ a เป็นจำนวนจริงบวก จะได้ว่ารากที่สองของ z คือ
และ
เช่น รากที่สองของ - 9
คือ 3i และ - 3i












